วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

wednesday,september 23,2019 

Diary9 



ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอยู่ในช่วงสอบกลางภาค


วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562

wednesday,september 23,2019 

Diary8 
⇢⇢⇢The knowledge gained💧

กลุ่มที่5

นำเสนอ EF (Executive Functions) เป็นกระบวนการทางความคิด (Mental process) ในสมองส่วนหน้า ที่เกี่ยวข้องกับการคิด ความรู้สึก และการกระทำ เช่น การยั้งใจคิดไตร่ตรอง การควบคุมอารมณ์ การยืดหยุ่นทางความคิด การตั้งเป้าหมาย วางแผน ความมุ่งมั่น การจดจำและเรียกใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆ และการทำสิ่งต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนบรรลุความสำเร็จ ซึ่งเป็นทักษะที่มนุษย์เราทุกคนต้องใช้ มีความสำคัญยิ่งต่อทั้งความสำเร็จในการเรียน การทำงาน รวมทั้งการมีชีวิตครอบครัว ทักษะ EF นี้นักวิชาการระดับโลกชี้แล้วว่า สำคัญกว่า IQ
ประกอบด้วยทักษะ 9 ด้าน ประกอบด้วย
1.Working memory ความจำที่นำมาใช้งาน ความสามารถในการเก็บข้อมูล ประมวล และดึงข้อมูลที่เก็บในคลังสมองของเราออกมาใช้ตามสถานการณ์ที่ต้องการ
2.Inhibitory Control การยั้งคิด และควบคุมแรงปรารถนาของตนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จนสามารถหยุดยั้งพฤติกรรมได้ในกาลเทศะที่สมควร เด็กที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ ก็เหมือน “รถที่ขาดเบรก”
3.Shift หรือ Cognitive Flexibility การยืดหยุ่นความคิด สามารถปรับเปลี่ยนความคิดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปยืดหยุ่นพลิกแพลงเป็น เห็นทางออกใหม่ๆ และคิดนอกกรอบ”ได้
4.Focus / Attention การใส่ใจจดจ่อมุ่งความสนใจอยู่กับสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยไม่วอกแวก
5.Emotional Control การควบคุมอารมณ์ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จัดการกับความเครียดความเหงาได้ มีอารมณ์มั่นคง และแสดงออกแบบที่ไม่รบกวนผู้อื่น
6.Planning and Organizing การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการเริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การเห็นภาพรวม จัดลำดับความสำคัญ จัดระบบโครงสร้าง จนถึงการแตกเป้าหมายให้เป็นขั้นตอน
7.Self -Monitoring การรู้จักประเมินตนเอง รวมถึงการตรวจสอบการงานเพื่อหาจุดบกพร่อง และรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร ได้ผลอย่างไร
8.Initiating การริเริ่มและลงมือทำงานตามที่คิดเมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
9. Goal-Directed Persistence ความพากเพียรมุ่งสู่เป้าหมาย เมื่อตั้งใจและลงมือทำแล้ว มีความมุ่งมั่นบากบั่น ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆก็พร้อมฝ่าฟันจนถึงความสำเร็จ


ข้อเสนอแนะจากอาจารย์ พูดเกี่ยวกับตัวเด็กเกี่ยวกับประสบการณ์เดิมสิ่งที่เดก็จะเรียนรู้ได้

กลุ่มที่6

นำเสนอ EF (Executive Functions) 3-6 ปี ช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการพัฒนา EF เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมศักยภาพที่จะพัฒนา EF ได้  แต่จะพัฒนาได้แค่ไหน อย่างไร ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนผ่านประสบการณ์ต่างๆ ตั้งแต่วัยทารก วัยเด็ก และต่อไปยังวัยรุ่น
เพื่อนจัดกิจกรรมฉีกกระดาษให้มีความยาว ปัญหาที่ต้องแก้ คือฉีกกระดาษอย่างไรให้มีความยาวโดยไม่ขาดออกจากกัน และสุดท้ายมี Quizizz ให้เล่นเพื่อทบทวน การทำงานเพื่อชีวิตที่สำเร็จ ⇨ เป้าหมาย
ข้อเสนอแนะจากอาจารย์  สามารถจัดกิจกรรมให้เข้ากับชีวิตประจำวันของเด็กได้
กลุ่มที่7 

นำเสนอ     Project Approach

ระยะที่1 – เริ่มต้น

เด็กๆเลือกว่าจะศึกษาเรื่องอะไร โดยครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ เด็กๆอภิปรายว่า มีความรู้เดิมอะไร เกี่ยวกับเรื่องที่เลือกแล้วบ้าง ครูช่วยให้เด็กๆบันทึกความคิดของเด็กๆ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น วาด ปั้น จำลอง ฯลฯ เด็กๆบอกข้อสงสัยที่เด็กๆมีเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆจะเรียนรู้ และครูช่วยให้เด็กๆสรุปตั้งคำถามที่เด็กๆต้องการ หาคำตอบในระหว่างการสำรวจสืบค้นครั้งนี้ และบันทึกคำถามเหล่านั้น เด็กๆพูดคุยเกี่ยวกับว่าคำตอบที่เด็กๆจะสำรวจสืบค้นได้นั้น น่าจะเป็นอะไร อย่างไร ครูช่วยเด็กๆบันทึกความคาดคะเนของเด็กๆไว้ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในภายหลัง

Project Approach ระยะที่2 – การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้

ครูช่วยเด็กๆวางแผนไปสถานที่ต่างๆ ที่เด็กๆสามารถสำรวจ สืบค้นได้ รวมถึงการจัดหาวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เด็กๆสนใจเรียนรู้ ที่จะสามารถตอบคำถามของเด็กๆได้ มาให้ความรู้กับเด็กๆ เด็กๆใช้หนังสือและคอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูล โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเหลือ ในระหว่างกิจกรรมในวงกลมที่เด็กๆสามารถประชุมร่วมกัน และนำเสนอรายงานสิ่งที่เด็กๆค้นพบในการทำกิจกรรมต่างๆเป็นระยะ ครูส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กๆถามคำถามและให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆแต่ละคนได้ค้นพบคำตอบหรือเรียนรู้ด้วย เด็กๆวาดภาพ ถ่ายภาพ เขียนคำและป้ายต่างๆ สร้างกราฟและหรือแผนภูมิสิ่งที่เด็กๆวัดและนับ แล้วเด็กๆก็สร้างจำลองสิ่งที่เด็กๆสนใจเรียนรู้กัน เมื่อเด็กๆเรียนรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เด็กๆสามารถพิจารณาทบทวนและเพิ่มเติมหรือทำจำลองใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปได้เรื่อยๆด้วย

Project Approach ระยะที่3 – การสรุป Project

เด็กๆอภิปรายกันถึงหลักฐานต่างๆที่เด็กๆได้สืบและค้นพบที่ช่วยให้เด็กๆตอบคำถามที่เด็กๆตั้งไว้ได้ และเด็กๆจะได้เปรียบเทียบสิ่งที่เด็กๆเรียนรู้กับความรู้เดิมของเด็กๆว่าตรงกันหรือไม่ รวมถึงเปรียบเทียบกับการคาดคะเนของเด็กๆที่ทำไว้ตั้งแต่ระยะแรกด้วย เด็กๆช่วยกันวางแผนจัดแสดงให้ผู้ปกครองและเพื่อนๆ และบุคคลอื่นๆได้เห็น วิธีการเรียนรู้ กิจกรรม ผลงาน และสิ่งที่เด็กๆค้นพบเรียนรู้ เด็กๆลงมือจัดแสดงเพื่อแบ่งปันความรู้และเรื่องราวเกี่ยวกับ “ Project Approach ” ของเด็กๆ ครูจะได้ช่วยสนับสนุนส่งเสริมนักสืบรุ่นจิ๋วเหล่านี้วางแผน และดำเนินการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆทำ และค้นพบกันอย่างสนุกสนาน กระตือรือร้นและภาคภูมิใจ

ข้อเสนอแนะจากอาจารย์  จัดมุมต่างๆเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน

กลุ่มที่8

นำเสนอ“สะเต็ม” หรือ “STEM”  เป็นคำย่อจากภาษาอังกฤษของศาสตร์  4 สาขาวิชา  ได้แก่  วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี(Technology) วิศวกรรมศาสตร์  (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) แนวคิดในเรื่องสะเต็มศึกษานั้น   เป็นกระบวนการเชิงระบบแบบวิทยาศาสตร์  ที่นำมาเชื่อมโยงในกระบวนการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ผลงานหรือชิ้นงานจากการคิดค้น การแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ ซึ่งสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียน โดยนำสิ่งที่เรียนรู้ในระบบโรงเรียนไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ มีแนวคิดหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  5 ข้อ คือ
1. ครูต้องเน้นการบูรณาการ2. ครูต้องช่วยให้นักเรียนมีความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาที่เรียนกับที่ได้เรียนไปแล้ว3. เน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 214. ท้าทายความคิดของผู้เรียน5. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็นและทำความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อที่เรียน

กลุ่มที่9

นำเสนอนวัตกรรม "มอนเตสเซอรี่ Montessori" จุดมุ่งหมาย คือ ช่วยพัฒนา หรือให้เด็กมีอิสระ ของเล่นที่ให้เด็กเล่นจะเป็นของมอนเตสเซอรี่โดยตรง การเล่นก็จะเริ่มจากซ้ายไปขวา เล่นตามลำดับขั้นตอน และมีการตรวจสอบได้   ของเล่นที่ดังของมอนเตสเซอรี่ คือ Pink Tower

ข้อเสนอแนะจากอาจารย์  ต้องศึกษามากกว่านี้บางขั้นตอนยังนำเสนอผิดอยู่

กลุ่มที่10 

นำเสนอ ปรัชญาและหลักการของการสอนแบบมอนเตสซอรี่
              1.   เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือ เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือในสภาพที่แตกต่างไปจากผู้ใหญ่ ต้องยอมรับนับถือเด็กในลักษณะเฉพาะของเด็กว่าเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน  ควรจัดการศึกษาให้เด็กแต่ละคนตามความสามารถ และความต้องการตามธรรมชาติของเขาโดยการพัฒนาการสอนให้สัมพันธ์กับพัฒนาการความต้องการของเด็ก
              2.   เด็กมีจิตที่ซึมซาบได้ Dr. Montessori เชื่อว่ามนุษย์เรานี้เป็นผู้ให้การศึกษาแก่ตนเอง และเปรียบจิตของเด็กเหมือนกับฟองน้ำ ซึ่งจะซึมซาบข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม เด็กใช้จิตในการหาความรู้ ซึมซาบเอาสิ่งต่างๆ เข้าไปในจิตของตนเองได้ (The Absorbent Mind) กระบวนการนี้จะเห็นได้ชัดจากการที่เด็กสามารถเรียนภาษาแม่ได้เองโดยไม่ต้องมีการสอน อย่างเป็นทางการ
              3.   ช่วงเวลาหลักของชีวิต คือ ช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ในระยะแรก เป็นช่วงของการพัฒนาสติปัญญา และเด็กสามารถเรียนทักษะเฉพาะอย่างได้อย่างดี ครูจะต้องช่างสังเกต และใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้ในการจัดการเรียนการสอนให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อเด็กจะได้มีโอกาสในการเลือกกิจกรรมของแต่ละบุคคล
              4.   การเตรียมสิ่งแวดล้อม Dr. Montessori เชื่อว่า เด็กเรียนได้ดีที่สุดในสภาพการจัดสิ่งแวดล้อมที่ได้ตระเตรียมเอาไว้อย่างมีจุดมุ่งหมาย การจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ เพื่อให้เด็กได้มีอิสระจากการควบคุมของผู้ใหญ่ เด็กจะได้ทำกิจกรรมต่างๆ ตามความคิดของตนเองบ้าง Dr. Montessori สนับสนุนการจัดห้องเรียนแบบเปิด (Open Classroom) เพื่อที่เด็กจะได้เลือกทำงานอย่างอิสระตามที่ตนเองต้องการ และเด็กจะเกิดการเรียนรู้ในสิ่งที่เขาทำได้ การมีอิสระตามความคิดนี้ คือการมีอิสระภายในขอบเขตที่กำหนดให้
              5.   การศึกษาด้วยตนเอง เด็กสามารถเรียนได้ด้วยตนเองจากการที่เด็กมีอิสระในสิ่งแวดล้อมที่จัดเตรียมเอาไว้อย่างสมบูรณ์ การมีอิสระนี้ Dr. Montessori กล่าวว่าไม่ใช่สัญลักษณ์ของเสรีภาพเท่านั้น แต่หมายถึงเส้นทางไปสู่การศึกษา เด็กมีสิทธิในการที่จะเรียนรู้ระเบียบวินัยของชีวิต โดยการมีอิสรภาพในการทำงานด้วยตนเอง ได้มีโอกาสแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ และยังช่วยชี้ให้เห็นถึงความสามารถของมนุษย์ ในการที่จะศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง (Self or Auto-Education) ภายใต้สถานการณ์ที่กำหนดให้เรียนรู้ ซึ่งจะนำมาซึ่งความพึงพอใจในตนเองตลอดจนการให้ความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ ต่อไปด้วย


กลุ่มที่ไปแก้ไขและมานำเสนอในสัปดาห์นี้  นำเสนอในรูปแบบสาธิตการวางแผน PDR

💪Teaching Techniques 💪 
การนำเสนอที่แตกต่างออกไปจากในเน็ตไม่ต้องเอาของเขามาทั้งหมดให้เราปรับใชกับเด็กโดยเฉพาะเรื่องการเรียนรู้ผ่านชีวิตประจำวันโดยใช้นวัตกรรมการศึกษาต่างๆที่นำเสนอยิ่งดีมาก
🙇Apply 🙇 
ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆที่จะทำให้เพื่อนๆสนุกและได้ความรู้เราควรทำออกมาให้ดี

Assessment
Self : ร่วมกิจกรรมการนำเสนอของเพื่อนๆ
Friend : ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม อาสาออกมาเป็นนักเรียนให้เพื่อที่เพื่อนจะได้ทำงานได้ง่าย
Teacher : แนะนำเทคนิคการสอนสอดแทรกเข้าไปในกิจกรรมในชั้นเรียนและเน้นย้ำถึงการนำไปใช้ได้จริง



วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562

wednesday,september 16,2019 

Diary7 
⇢⇢⇢The knowledge gained💧


เรียนรวม และนำเสนอนวัตกรรมการศึกษาที่ได้รับมอบหมายเป็นงานกลุ่มเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

กลุ่มที่1


นำเสนอ นวัตกรรมแบบไฮสโคปไฮสโคป (High Scope)
เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำผ่านมุมเล่นที่หลากหลาย ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก และการแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น โดยการให้โอกาสเด็กเป็นผู้ริเริ่มการเล่นหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างอิสระ ซึ่งตรงตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา (Cognitive Theory) ของเปียเจต์ (Piaget) นักการศึกษาที่สำคัญคนหนึ่งของโลก ความสำคัญในด้านพื้นฐานโดยเฉพาะการสร้างองค์ความรู้ของผู้เรียน จะเน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (Active Learning) เพราะเด็กจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงทำให้เกิดความคิด  ความรู้  ความเข้าใจ และรู้จักลงมือแก้ปัญหาด้วยตนอง

ใช้หลักปฏิบัติ 3 ประการ คือ
1. การวางแผน (Plan) เป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ หรือการดำเนินงานตามงานที่ได้รับมอบหมายหรือสิ่งที่สนใจด้วยการสนทนาร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก 
2. การปฏิบัติ (Do) คือ การลงมือทำกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ เป็นส่วนที่เด็กได้ร่วมกันคิด แก้ปัญหา ตัดสินใจ และทำงานด้วยตนเอง 
3. การทบทวน (Review) เด็ก ๆ จะเล่าถึงผลงานที่ตนเองได้ลงมือทำเพื่อทบทวนว่าตนเองนั้นได้ปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การทบทวนจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ ต้องการให้เด็กได้เชื่อมโยงแผนการปฏิบัติงานกับผลงานที่ทำ รวมถึงการเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง
ข้อเสนอแนะของอาจารย์  ควรนำเสนอในรูปแบบบทบาทสมมติที่จะทำใหเพื่อนได้เห็นภาพและศึกษาไปกับเราด้วย มีอุปกรณ์ ให้เห็นของจริง

กลุ่มที่2



นำเสนอ นวัตกรรมแบบไฮสโคปไฮสโคป (High Scope)
ได้อธิบายถึงวงล้อแห่งการเรียนรู้  ซึ่งจะประกอบด้วย 5 เรื่องด้วยกัน  คือ  
1.การเรียนรู้แบบ Active learning  
2.เรื่องของการปฏิสัมพันธ์ทางบวก  
3.เรื่องของการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อให้เอื้อต่อการเรียนรู้  
4.การจัดกิจวัตรประจำวัน ซึ่งประกอบไปด้วยเรื่องของการจัดกิจกรรมกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย และการใช้กระบวนการวางแผน ลงมือปฏิบัติ และทบทวน รวมทั้ง
5.การประเมินพัฒนาการ
“กระบวนการวางแผนปฏิบัติหรือทบทวน ที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า PDR จะสอนกระบวนการคิด และกำกับตัวเองว่า คุณวางแผนว่าคุณจะต้องทำอะไร คุณจะดำเนินการตามที่ตัวเองวางแผนไว้ได้ ที่สำคัญคือตรง Review  ที่ทำให้เด็กได้สะท้อนความคิดของตัวเองว่าพอใจในผลงานที่ตัวเองทำไหม มีปัญหาและอุปสรรคยังไง และแก้ไขได้อย่างไรบ้าง รวมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กรู้สึกว่า ถ้าต่อไปเขาจะเพิ่มเติมสิ่งที่เขาทำมีคุณภาพมากขึ้นได้อย่างไร"
คำถามจากเพื่อนๆ 
ถ้าเป็นเด็กอนุบาลในชั้นอื่น ๆ จะจัดมุมต่าง ๆ เหมือนกันไหมตอบ ได้อาจจะเพิ่มมุมเกี่ยวกับวิชาต่าง ๆ ที่เน้นในหลัหสูตรของโรงเรียนให้เด็กได้เข้าไปหาความรู้คำถามจากอาจารย์  ถ้าเป็นห้องเรียนใหญ่ มีเด็กเยอะจะจัดการเรียนแบบไฮสโคปจัดอย่างไรตอบ จากที่ได้ดูคลิปของโรงเรียนปลวกแดงสามารถจัดได้ และมีวิธีคืออธิบายให้เด็กเข้าใจ วางแผนทีละคนกับครูคนเดียว ในคลิปดัดแปลงมาใช้ไม้หนีบสีต่างๆแทนกิจกรรมนั้นๆให้เด็กหยิบมาหนีบที่เสื้อของตัวเองเพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองทำกิจกรรมอะไรบ้าง เมื่อทำเสร็จก็นำไม้หนีบกลับไปเก็บที่เดิมใน 1 วันให้เด็กทำกิจกรรมอย่างน้อย 2 กิจกรรมข้อเสนอแนะจากอาจารย์ -ทำแผ่นวางแผนให้ครบทั้งหมด 4 กิจกรรม โดยมีกิจกรรมพื้นฐาน 3 และกิจกรรมพิเศษ 1 ควรมีแบบบันทึกของแป้งโดว์ คือวาดรูปที่เด็กปันลงไป
**กิจกรรมฉีก ปะ ถ้าเป็นไปได้ควรให้เด็กวาดรูปเอง ไม่ควรมีแบบให้


กลุ่มที่3 

นำเสนอ นวัตกรรมโปรเจค ผู้คิดคือจอร์น ดิวอี้

บทบาทสมมติ 
ระยะที่1
-ถามเด็กอยากเรียนเรื่องอะไร
-เล่าประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับเรื่องนั้น
-คำถามที่เด็กอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น
-วาดรูปเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กพูด
-ออกแบบวิธีการหาคำตอบ หาคำตอบด้วยวิธีไหนได้บ้าง ครูช่วยเดกหาวิธีการ เพื่อนำไปสู่การออกแบบกิจกรรม
ระยะที่2
-ออกแบบกิจกรรม เช่น ทำคุ้กกิ้ง ไปทัศนศึกษา
ระยะที่3
-ประเมินสารานิทัศน์ สะท้อนเด็ก ผูปกครอง ครู จัดแสดงได้เห็นวิธีการเรียนรู้ต่างๆ

ข้อเสนอแนะจากอาจารย์ ทำแต่ระยะให้ชัดเจนอย่าขามขั้น 

กลุ่มที่4


นำเสนอ STEM 

การจัดสภาพการณ์ให้เด็กปฐมวัย เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง (Active Learning) ซึ่งใช้การบูรณาการสาขาวิชา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ มีลักษณะการจัดการเรียนรู้ 5 ประการได้แก่ 

   (1) จัดการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการ 
   (2) เชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำ อาชีพ 
   (3) พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 
   (4) จัดกิจกรรมให้ท้าทายความคิดของเด็กปฐมวัย 
   (5) เปิดโอกาสให้ เด็กได้สืบค้น นำเสนอผลงาน แสดงความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อหา  เป็นการสร้างประสบการณ์ ผ่านการเล่นและการปฏิบัติให้เห็นจริงควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด ตั้งคำถาม การสืบค้น การรวบข้อมูล และวิเคราะห์ข้อค้นพบใหม่ๆ และเด็กต้องการโอกาสนำเสนอผลงานที่ผ่านการคิดที่เหมาะสมกับระดับ พัฒนาการของเด็กปฐมวัย

บทบาทสมมติคือ กิจกรรมเรือบรรทุกสินค้า โดยใช้ดินน้ำมันเป็นเรือ สินค้าคือเหรียญทำยังไงให้เรื่อลอยและเคลื่อนที่ไปส่งสินค้ายังอีกฝั่งได้ โดยมีอุปกรณ์ตือหลอด เพื่อนๆใช้หลอดต่อเป็นแพเพื่อแก้ปัญหา กิจกรมแบบนี้ครูควรอำนวยความสะดวกด้วย

ข้อเสนอแนะจากอาจารย์ อุปกรณ์แก้ปัญหาควรมีมากกว่า1อย่างเพื่อให้เด็กได้ลองผิดลองถูก

💪Teaching Techniques 💪 
การแก้ปัญหาด้วยการไม่ใช้เพาเวอพ้อยในการนำเสนอ และยังสามารถเห็นภาพได้จริงเพื่อให้เพื่อได้แลกเปลี่ยนเรียนรูที่ได้นำประสบการณ์ที่ได้ไปสังเกตมาเรียนรูร่วมกัน
🙇Apply 🙇 
การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม พยายามคิดและทำงานเป็นทีมแก้ปัญหาร่วมกันให้การนำเสนอออกาดีและไดประโยชน์สูงสุด

Assessment
Self : เตรียมการนำเสนอมาพร้อม เข้าเรียนตรงเวลา
Friend : ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม อาสาออกมาเป็นนักเรียนให้เพื่อที่เพื่อนจะได้ทำงานได้ง่าย
Teacher : แนะนำเทคนิคการสอนสอดแทรกเข้าไปในกิจกรรมในชั้นเรียนและเน้นย้ำถึงการนำไปใช้ได้จริง






การสอน กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เคลื่อนไหวตามคำสั่ง หน่วยนม (ชนิดของนม)

💟


Monday,september 9,2019 

Diary6 
⇢⇢⇢The knowledge gained💧

อาจารย์ขอดู ตัวแทนออกมาสอนหน้าชันเรียน ในกิจกรรมเคลื่อนไหมและจังหวะ



นางสาวขนิษฐา สมานมิตร สอน เคลื่อนไหวตามข้อตกลง หน่วยนมเรื่องประโยชน์ของนมโดยกำหนดมุมออกเป็น4มุม  มีมุมชีส มุมโยเกิร์ต มุมเนย และมุมไอศกรีม เด็กได้ในเรื่องของความจำและปฏิบัติตามข้อตกลง

นางสาวอภิชญา โมคมูล สอน เคลื่อนไหวตามคำบรรยาย หน่วย ยานพาหนะ เรื่องการดูแลรักษาบรรยายเกี่ยวกับการดูแลรักษายานพาหนะต่างๆและให้เด็กปฏิบัติตามจินตนาการของเด็กเอง ได้ความคิดสร้างสรรค์ในท่าทางต่างๆและการดูแลรักษายานพาหนะ

นางสาวชนนิกานต์ วัฒนา สอน เคลื่อนไหวประกอบเพลง
เด็กได้ทำท่าทางประกอบเพลง และความคิดสร้างสรรค์ในท่าทางต่างๆ

นางสาวสุดารัตน์ อาสนามิ สอน เคลื่อนไหวแบบผู้นำผู้ตาม หน่วยต้นไม้
ใหเด็กๆออกมาทำท่าต้นไม้ และให้เพื่อนๆทำตาม เด็กได้ความคิดสร้างสรรค์ในท่าทางต่างๆและประกอบกิจกรรมร่วมกับเพื่อน
และหลังจากนั้น มอบหมายงานให้ทุกคนอัดคลิปลงบล็อก
💪Teaching Techniques 💪 
การเคาะจังหวะต่างๆให้เด็กปฏิบัติตามนั้นควรเป็นจังหวะง่ายไปหายาก 
🙇Apply 🙇 
การใชคำพูดต่างๆนำไปใช้สอนในอนาคตได้เพื่อการเข้าใจที่ง่ายและการปฏิบัติต่างๆของเด็ก

Assessment
Self : ร่วมทำกิจกรรมภายในห้อง
Friend : ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม อาสาออกมาเป็นนักเรียนให้เพื่อที่เพื่อนจะได้ทำงานได้ง่าย
Teacher : แนะนำเทคนิคการสอนสอดแทรกเข้าไปในกิจกรรมในชั้นเรียนและเน้นย้ำถึงการนำไปใช้ไดจริง

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2562

Monday,september 2,2019 

Diary5 
⇢⇢⇢The knowledge gained💧
อาจารย์ทบทวนความรู้เดิม โดยเพิ่มเติมเนื้อหาว่า การจัดการเรียนการสอนให้เน้นเรื่องใกล้ตัวเด็กเพื่อง่ายต่อการสอนและเด็กจะเรียนรูได้
-เนื้อหาไหนเหมมาะกับอายุเท่าไหร่
-เน้นให้เกิดสมรรถนะ(สภาพที่พึงประสงค์)
-ให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง5ผ่านการตัดสินใจด้วยตนเอง

อาจารย์มอบหมายงานให้เขียนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะที่ตนเองจะสอนในหน่วยที่ได้รับ

กิจกรรมเคลื่อนไหว=การที่เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วนให้มีประสิทธิภาพโดยใชประสาทสัมผัสมือกับตา หรือ มือกับขา มี2รูปแบบ อยู่กับที่และเคลื่อนที่ มีวิธีการคือ
-เคลื่อนไหวตามคำบรรยาย
-เคลื่อนไหวตามคำสั่ง
-เคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณ์
-เคลื่อนไหวแบบผู้นำผูตาม
-เคลื่อนไหวประกอบเพลง

จากนั้นให้ตัวแทนทดลองสอนกิจกรรมเคลื่อนไหวบางคน


กิจกรรมเคลื่อนไหวตามคำสั่ง โดยใช้มุมห้องเป็นตัวกำหนด


กิจกรรมเคลื่อนไหวแบบผู้นำผู้ตาม

ท้ายชั่วโมงอาจารย์มอบหมายงานเป็นการบ้านโดยอัดคลิปสอนในกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะลงบล็อกเพื่อเปนตัวอย่างไว้ใช้ในการสอนของตนเองในอนาคต
💪Teaching Techniques 💪 
การอธิบายสัญญานจังหวะต่างๆควรเริ่มจากจังหวะหายใจปกติก่อนจึงอธิบายถึงจังหวะเร็วรัวๆหรือช้า
เพื่อที่เดกจะปฏิบัติแลเข้าใจไดง่าย
🙇Apply 🙇 
นำประสบการณ์และคำแนะนำที่อาจารย์คอยบอกไปปฏิบัติและปรบปรุงแก้ไขในส่วนๆเมื่อได้ออกสังเกตหรือฝึกการสอน

Assessment
Self : ตอบคำถามอาจารย์ได้ ร่วมทำกิจกรรมภายในห้อง
Friend : ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม อาสาออกมาเป็นนักเรียนให้เพื่อที่เพื่อนจะได้ทำงานได้ง่าย

Teacher : แนะนำเทคนิคการสอนสอดแทรกเข้าไปในกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในห้องและเป็นเทคนิคที่ดีและนำไปใชได้เสมอ

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562

Monday,August 26,2019 

Diary4 

⇢⇢⇢The knowledge gained💧
ในฐานะที่เราจะไปเป็นครูสิ่งต่างๆเหล่านี้ต้องรู้
การเลือกหัวข้อที่จะสอน
-สิ่งที่เด็กสนใจ
-สิ่งที่ใกล้ตัวเด็ก
-สิ่งที่มีผลกระทบกับตัวเด็ก
-เหมาะสมกับพัฒนาการ
สาระที่ควรเรียนรู้ 
1. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
2. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่
3. เรื่องธรรมชาติรอบตัว
4. สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก 


จากนั้นอาจารย์มอบหมายงานให้สอนหน่วยต่างๆตามสาระที่ควรรู้ที่จับฉลากได้ กลุ่มดิฉันจับได้สาระ ธรรมชาติรอบตัว และเลือกทำหน่วยนม
การทำงาน
ผลงานของกลุ่ม

ข้อเสนอแนะที่อาจารย์แนะนะคือ
1.ลักษณะควรมีส่วนประกอบในนมด้วย เช่น แลคโตส วิตามิน ฯ
2.การแปรรูปอยู่ในประโยชน์อยู่แล้วและการดูแลรักษาคือการแปรรูปหรือถนอมอาหารไม่ให้เน่าเสียเหมือนกัน
3.สอนหัวข้อของประโยชน์2วัน
3.ควรเพิ่มหัวข้อ ข้อควรระวัง เช่น อย่าดื่มนมที่หมดอายุแล้ว

สาระ สิ่งที่เด็กสนใจ

สาระ สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก

สาระ บุคคลและสถานที่

สาระ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 

💪Teaching Techniques 💪 
การทำแผนผังที่ถูกวิธี โดยการแตกกิ่งออกไปเรื่อยๆตามสิ่งที่เชื่อมโยงกัน ทำให้เข้าใจเนื้อหาในนั้นมากขึ้น
🙇Apply 🙇 
สามารถนำไปใช้สอนได้ในอนาคต สอนในเรื่องที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก

Assessment
Self : ตอบคำถามอาจารย์ได้ ตั้งใจเรียน
Friend : ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม ช่วยเหลือกันภายในกลุ่ม
Teacher : อธิบายได้ชัดเจนและเข้าใจง่าย